December 23 2017 0Comment

O-RING O-RING KITS โอริง และโอริงกล่อง

ความหมายของ O-RING

    O-Ring โอริง...เป็นวัสดุประเภทหนึ่งที่มีลักษณะพื้นที่หน้าตัดและตัวรูปทรงเป็นวงกลมที่ดูแล้วจะมีความคล้ายกันกับขนมโดนัทแสนอร่อยของเด็ก ๆ เป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติเรื่องการยืดหยุ่นได้อย่างดีเยี่ยมสิ่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะ โอริงทำจากวัสดุที่เป็นแบบสังเคราะห์ซึ่งแบบสังเคราะห์นั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะทนต่อสภาพการใช้งานได้ทุกรูปแบบ สามารถทนต่อแรงดันและอุณหภูมิในระดับที่ร้อนสุด ๆ ได้

O-Ring โอริงมักจะได้รับความนิยมในการถูกเลือกไปใช้สำหรับการเป็นชิ้นส่วนของพวกเครื่องจักรหรือชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับยานยนต์เครื่องจักรกลโดยโอริงมีหน้าที่หลักในการเป็นเสมือนตัวซีลที่คอยกันไม่ให้ของไฟลที่อยู่ภายในอุปกรณ์หรืออยู่ภายในชิ้นส่วนเกิดการรั่วซึม ตัวอย่างเช่น ของเหลว, ก๊าซต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในระบบของการขนถ่ายหรือจะอยู่ในระบบของกำลังของไหลก็ตาม โอริงมักจะถูกนำไปติดตั้งอยู่ในแบบสองแบบ คือ เอาไว้ทำหน้าที่เป็นซีลคอยกันการรั่วซึมดังที่กล่าวข้างต้นกับอีกแบบคือการนำไปใช้ในพวกกลุ่มงานแบบโรตารี ส่วนวิธีการวัดขนาดของเจ้าโอริงนั้นมักจะนิยมวัดจากส่วนที่เป็นเส้นผ่าศูนย์กลางด้านในกับความหนาเป็นหลัก

 

การนำไปใช้  O-Ring โอริง

สำหรับการนำไปใช้นั้นเมื่อคุณนำเอาโอริงไปติดตั้งไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วคุณจะพบว่าด้วยเพราะโอริงนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่นสูงมากนั่นจึงทำให้โอริงดูแล้วจะค่อนข้างเข้ารูปกับตัววัสดุที่มีลักษณะแข็งได้เป็นอย่างดีจึงส่งผลทำให้ผิวของโอริงกับผิวของวัสดุแบบแข็งนั้นแนบชิดติดกันจนสนิทแทบไม่พบช่องว่างให้พบเห็นได้เลย

 

และยิ่งเมื่อใดที่โอริงนั้นเกิดได้รับแรงดันที่เป็นผลมาจากระบบการทำงานแล้วด้วยนั่นยิ่งกลายเป็นการเพิ่มระดับความสามารถให้มีสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ที่เป็นเช่นนี้นั่นก็เป็นเพราะเมื่อแรงดันกระทบเข้ามาก็จะทำให้อีกฝั่งเกิดลักษณะขยายออกนั่นเอง โอริงสามารถที่จะใช้กับพวกระบบลมอัดหรือระบบที่เป็นแบบไฮดรอลิกได้ ส่วนวิธีการติดตั้งหลายคนอาจสงสัยวิธีติดตั้งนั้นจะยากหรือไม่บอกเลยว่าไม่ยาก คือ กรณีที่เป็นการใช้สำหรับการซีลรอยกันรั่วที่บริเวณข้อต่อก็แค่เพียงคุณนำเอาโอริงใส่ลงไปภายในร่องเมื่อใส่ลงไปเรียบร้อยแล้วก็ขันส่วนที่เป็นฝายึดของโอริงให้แน่น ส่วนกรณีของการนำไปซีลกับพวกอุปกรณ์ที่ต้องมีการเคลื่อนที่คุณก็เพียงแค่นะเอาโอริงไปติดไว้ที่บริเวณร่องเท่านั้นก็ถือเป็นอันเรียบร้อย

                โอริงสามารถใช้งานเป็นซีลกันรั่วของของไหลในอุปกรณ์หรือเครื่องจักรต่าง ๆ ระบบลมอัด (Pneumatic) หรือระบบไฮดรอลิก ซึ่งในการใช้งานโอริงจะแบ่งออกเป็นสองแบบคือ เป็นซีลกันรั่วที่ติดตั้งบริเวณข้อต่อหรือจุดต่อแบบต่าง ๆ ของเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อื่น ๆ และใช้เป็นซีลกันรั่วของอุปกรณ์ทำงาน (Actuators) หรืออุปกรณ์ที่เคลื่อนที่
 
โดยที่ในการติดตั้งนั้นจะติดตั้งโอริงลงไปในร่องโอริงจากนั้นก็ขันแน่นฝายึดโอริงไว้ในร่องในกรณีที่เป็นการซีลกันรั่วของข้อต่อหรือจุดต่อต่าง ๆ แต่การซีลสำหรับอุปกรณ์ทำงานหรือชิ้นส่วนที่จะต้องมีการเคลื่อนที่นั้นเราจะติดตั้งโอริงในร่องโอริงไว้เพียงอย่างเดียว

 

ลักษณะการติดตั้งของโอริงเพื่อทำหน้าที่เป็นซีลกันรั่วกับชิ้นส่วนต่าง ๆ


 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • ยางโอริง : มิล, นิ้ว TYPE : P, G, AS (31)

ชนิดยางและคุณสมบัติของยาง

  1. ยางธรรมชาติ (NR) คือ ยางที่ได้มาจากต้นยางพารา โดยที่ไม่ผ่านกรรมวิธีการใดๆ

คุณสมบัติของยาง NR

  • ทนต่อการเสียดสี , ทนต่อการฉีกขาดสูงมากทั้งที่อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิสูง
  • ทนความร้อนได้ -20 องศา-80 องศา
  • มีความยืดหยุ่นสูงและหดตัวได้ดี
  • มีค่าความทนทานต่อแรงดึงสูงมากโดยไม่ต้องเติมสารเสริมแรง  สามารถทนรับแรงกระแทกได้
  • ทนสารเคมี กรด , ด่างอ่อน
  • มีสมบัติดีเยี่ยมในด้านการเหนียวติดกัน
  • มีความต้านทานต่อการล้าตัวสูง , มีความต้านทานต่อการขัดถูสูง

 

  1. ยางสังเคราะห์ คือ ยางวิทยาศสาสตร์หรือยางที่ผสมขึ้นมาเอง
    • ยางไนไตร์ (NBR) เป็นโคพอลิเมอร์ของ อะไครโลไนไตร์ล และบิวตาไดอีน ซึ่งการใช้งานส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้กับงานที่ต้องสัมผัสน้ำมัน

คุณสมบัติของยาง NBR

  • กันน้ำมันได้ดี , ทนทานต่อน้ำมันและสารเคมี
  • ทนความร้อนได้ -40 องศา-120 องศา
  • ทนการเสียดสีได้ แต่ยังทนน้อยกว่ายาง NR
  • มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อแรงดึง
  • ความต้านทานต่อการขัดถู , ความต้านทานต่อการเสื่อมสภาพ

 

2.2 ยางนีโอปรีน (NEOPRENE) เป็นยางสังเคราะห์จากมอนอเมอร์ของคลอโรพรีน

คุณสมบัติของยาง NEOPRENE

  • มีความยืดหยุ่น
  • ทนความร้อนได้ -40 องศา-120 องศา
  • ทนน้ำมัน
  • ทนกรด และสารเคมีบางขนิดได้
  • ทนต่อสภาวะอากาศ  ความร้อน โอโซนและแสงแดดได้ดี
  • มีความทนด้านการเหนียวติดดี , ทนต่อแรงดึงและการฉีกขาดค่อนข้างสูง
  • ทนต่อการบวมพองในน้ำมันได้
    • ยาง EPDM

คุณสมบัติของยาง EPDM

  • ทนต่อสภาวะอากาศได้ดี ทั้งความร้อน แสงแดด ออกซิเจนและโอโซนได้เป็นอย่างดี
  • ทนความร้อนได้ -40 องศา -140 องศา
  • ทนน้ำมัน  ทนกรด ด่างและสารเคมี
  • ทนทานต่อการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากแสงแดด ออกซิเจน ความร้อน โอโซนและสารเคมี
  • มีความยืดหยุ่นสูงกว่ายางสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ
  • มีความทนทานต่อแรงดึง , ทนทานต่อการฉีกขาด
    • ยางซิลิโคน (SILICONE)

คุณสมบัติของยาง SILICONE

  • มีความยืดหยุ่นสูง
  • ทนความร้อนได้ –50องศา-220 องศา
  • ทนความเย็นได้ดี
  • สามารถสัมผัสกับอาหารได้ จึงนิยมนำไปใช้ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร และใช้ในงานทางการแพทย์

 

 

  • ยางไวตั้น (VITON) เป็นยางสังเคราะห์ประเภท fluorocarbon elastomer เพื่อการใช้งานที่สภาวะอุณหภูมิสูงๆ ยางไวตันมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการใช้งานร่วมกับน้ำมันทุกชนิด, สารประกอบคลอริเนต, สารประกอบไฮโดรคาร์บอน, กรดที่มีความอย่างรุนแรง

คุณสมบัติของยาง VITON

  • ทนต่อน้ำมัน
  • ทนความร้อนได้สูง -40 องศา-220 องศา
  • ทนกรด ด่างและสารเคมี โดยเฉพาะพวกไฮโดรคาร์บอนทุกประเภท ,กรดอินทรีย์
  • ทนต่อสภาวะอากาศ , มีความต้านทานต่อการถูกออกซิไดซ์ด้วยออกซิเจน โอโซน และแสงอัลตราไวโอเลต
    • ยางโพลียูรีเทรน (POLYUREYHANE) ผลิตขึ้น เพื่อใช้ทดแทนยางธรรมชาติ และยังใช้ผลิตผ้าที่มีความทนทาน เคลือบผิวเครื่องบิน โลหะ เพื่อป้องกันการกัดกร่อนและสารเคมี โพลียูรีเทน

คุณสมบัติของยาง POLYUREYHANE

  • ทนต่อการสึกหรอ ทนต่อการเสียดสีได้ดี
  • ทนความร้อน 40 องศา-100 องศา
  • ทนน้ำมัน
  • ยืดหยุ่นและหดตัวได้ดี
  • ทนต่อแรงลมอัดได้สูง

 

  • ยางโอริงแบบชุด : ชุดมิล, ชุดนิ้ว TYPE : P&G, AS, A, RI

(32.1 TYPE A , 32.2 TYPE RI , 32.3 แบบชุดนิ้ว)

ยางโอริงกล่องคุณสมบัติ กันน้ำมัน ทนความร้อน (ประมาณ 100-120๐C)

  • ยางโอริงกล่อง มิลลิเมตร

  • ยางโอริงกล่อง นิ้ว

  • ยางโอริงกล่อง TYPE P&G

  • ยางโอริงกล่อง TYPE AS

  • ยางโอริงกล่อง TYPE  A

  • ยางโอริงกล่อง TYPE RI

ncbkrubb